นโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ ประจำปีงบประมาณ 2563

Release Date : 19-10-2017 11:14:06

 

นโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓

                   ในปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา ทุกหน่วยงานของ ทร.ได้ผ่าน “ขั้นวางรากฐาน”และ    ต่างได้พัฒนาขีดความสามารถของหน่วยงานตนในทุกองค์และทุกด้าน โดยมีความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ กองทัพเรือ ได้บรรลุวิสัยทัศน์กองทัพเรือ พ.ศ.๒๕๖๗ ที่กำหนดว่า “จะเป็นหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลที่มีบทบาทนำในภูมิภาค และเป็นเลิศในการบริหารจัดการ” เรียบร้อยแล้ว  ดังนั้น นโยบาย ผบ.ทร.ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ จึงได้กำหนดหัวข้อเฉพาะนโยบายสำคัญ เพื่อนำ ทร. ไปสู่ “ขั้นรุกคืบหน้า สถาปนาความมั่นคง”Moving Forward to Ensure Sustainability : MFES โดยอยู่บนหลักคิดพื้นฐานที่ว่า “ที่มีอยู่ต้องรักษาให้อยู่ แล้วพัฒนาต่อไป” ให้สอดคล้องกับยุคของการรบและการทำงานที่ต้องอาศัยเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) อย่างกว้างขวาง

                   นโยบายเฉพาะของผู้บัญชาการทหารเรือ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ในภาพรวมยังมุ่งดำรงการปฏิบัติในการพิทักษ์รักษาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างสุดกำลังความสามารถ เหนือภารกิจ
สิ่งอื่นใด รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินการตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยได้กำหนดกรอบทิศทางและ
แนวทางการปฏิบัติเพิ่มเติมสำหรับ นขต.ทร. และกำลังพลของ ทร.ทุกนาย ที่มุ่งพัฒนา “๓ องค์ ๑ ด้าน” คือ องค์บุคคล องค์วัตถุ องค์ยุทธวิธี และด้านการบริหารจัดการ อันเป็นการปฏิบัติที่สืบสานปณิธานของบรรพบุรุษทหารเรือ ไปสู่การบรรลุภารกิจ และหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสะท้อนค่านิยมของกองทัพเรือ “Seamanship (ความเป็นชาวเรือ) Allegiance (ความซื่อสัตย์และความจงรักภักดี) Integrity and Gentleman (ผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และความเป็นสุภาพบุรุษทหารเรือ)Leadership (ความเป็นผู้นำ) หรือ “SAIL”ให้ปรากฏสู่สายตาประชาชน ภูมิภาค และประชาคมโลก เพื่อส่งมอบคุณค่าให้แก่ประชาชนและสังคมเป็น “กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจตลอดไป ดังนี้

 

ด้านองค์บุคคล: “จิตใจที่เข้มแข็งและดีงาม ล้วนอยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์

                   แสดงให้กำลังพล ทร. ตระหนักว่า “เกียรติยศไม่ได้  มีมาแต่กำเนิด แต่เกิดจากการกระทำ” จึงต้องปฏิบัติตนให้เป็นผู้มีระเบียบวินัยอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย  การดำรงและรักษาซึ่งความจงรักภักดี “ปกป้องสถาบัน  การฝึกเพื่อเสริมสร้างระเบียบวินัยกำลังพลที่เข้มข้น และต่อเนื่อง

                        ที่สำคัญคือ ด้านการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจ โดยในปีที่ผ่านมาโดยจัดการแข่งขันไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ: จากผืนทะเลสู่ภูผา จากฝากฟ้าสู่มหานที เดอะซีรีย์”๕ ตอนจบ มีผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ทั้งที่เป็นกำลังพลของกองทัพเรือ บุคคลภายนอก และชาวต่างประเทศ รวมทั้งสิ้น ๙,๖๒๙ คน นับเป็นกิจกรรมที่จารึกประวัติศาสตร์มีจำนวนผู้เข้าร่วมการแข่งขันสูงที่สุดของประเทศ มีมาตรฐานการจัดแข่งขันในระดับสากลนอกจากนี้มีประโยชน์อื่นจากการจัดการแข่งขัน เกิดการท่องเที่ยวกระตุ้นทางเศรษฐกิจในพื้นที่จัดการแข่งขัน พื้นที่ละกว่า ๕๐ ล้านบาท รวมมากกว่า ๒๕๐ ล้านบาทในปีนี้ จึงดำรงการจัดการแข่งขัน 
ไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ ซีซัน ๒ : มรรควิถีผู้กล้า ด้วยรักและศรัทธา ล่องธาราสู่มหาชลธี เดอะซีรีย์”
๔ ตอนจบ โดยกำหนดจัดการแข่งขัน “อรุณเบิกฟ้า ปวงประชา และราชนาวี  รวมใจภักดิ์จำนวน ๔ สนาม ประกอบด้วย จัดครั้งแรกห้วง ธ.ค.๖๒ - ม.ค.๖๓  การแข่งขันภายใต้คำรหัส “ถิ่นน้ำสามสี อุบลราชนาวี
เทิดจักรีวงศ์บริเวณที่แม่น้ำโขง - ชี – มูล ไหลมาบรรจบกันณ จว.อุบลราชธานี หรือ “ถิ่นน้ำสองสี เหล่าราชนาวีเทิดจักรีวงศ์บริเวณที่แม่น้ำสงครามไหลมาบรรจบกัน ณ จว.นครพนม ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์  ครั้งที่ ๒จัดห้วง มี.ค. - เม.ย.๖๓“อาทิตย์อัสดงริมแผ่นดินทอง เหล่าประชาและนาวีแซ่ซ้องพระเกียรติคุณณ ปากแม่น้ำกระบุรี (แม่น้ำปากจั่น) จว.ระนอง ครั้งที่ ๓ห้วง มิ.ย. - ก.ค.๖๓“พระมหากรุณาธิคุณดุจบิดามารดร เหล่านาวี
ถวายพระพรชัย
ณ บริเวณหาดทรายรี จว.ชุมพร น่านน้ำแห่งปลาโลมาสีฟ้า หรือ จว.กระบี่ แหล่งปลาพะยูน และ ครั้งที่ ๔ ห้วง ส.ค. –ก.ย.๖๓ “ทหารเรือไทยเทิดไท้องค์มหาราชามหาราชินีชั่วนิรันดร์” เป็นการปิดเดอะซีรีส์อย่างยิ่งใหญ่สมบูรณ์ ณ หาดเตยงาม อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี

                   นอกจากนี้ ได้มุ่งขยายขีดความสามารถของกำลังพลโดย ๑) กำหนดขีดสมรรถนะหลักของกำลังพลในหน่วยกำลังรบหลัก และโครงการนำร่อง พร้อมทั้งขยายผลไปสู่หน่วยกำลังรบอื่นๆ ๒) การพัฒนา
ขีดความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษของ นนร. นพร. และ นรจ.โดยต้องผ่านเกณฑ์ทดสอบภาษาอังกฤษตามที่กำหนด

                   รวมทั้งพัฒนางานสวัสดิการกีฬา ของหน่วยพื้นที่สัตหีบ โดยการจัดทำลู่จักรยาน ลู่วิ่ง สนามพารามอเตอร์ และสนามยิงปืนภายในหน่วยงานของ ทร.ในพื้นที่สัตหีบ อันเป็นส่วนช่วยให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม สร้างจิตใจที่เข้มแข็งและดีงามไปพร้อมกับกองทัพเรือ

ด้านองค์วัตถุ:“กำลังรบต้องมีขีดความสามารถสมบูรณ์ในตัวเอง Expeditionary Force”

                   การจัดซื้อ/จัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ต้องดำเนินการเช่นปีที่ผ่านมา ต้องมีความโปร่งใส เป็นที่พึงพอใจของประชาชน พร้อมถูกตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องไม่ทำให้น้อง ๆ หรือลูกหลานต้องไปตายในภายหน้า และต้องก้าวตาม หรือล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยี โดยเน้นการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ ทร. ระยะ ๒๐ ปี ที่กำหนดไว้ สอดคล้องกับการพัฒนากำลังพลและความพร้อมรบในระดับแนวหน้าในภูมิภาค เพื่อให้กองทัพเรือมีขีดความสามารถเพียงพอที่จะรองรับภัยคุกคามในทุกมิติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพรวมทั้งต้องพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนซึ่งเป็นภารกิจที่สำคัญยิ่ง

 

ด้านองค์ยุทธวิธี:“สปิริต นักรบชาวเรือ”

                   ในห้วงปีที่ผ่านมา กองทัพเรือ ได้ยกระดับการฝึกให้เหมือนการรบในสถานการณ์ที่สมจริง
อย่างรอบด้าน
ภายใต้แนวความคิด“รบอย่างไร ฝึกอย่างนั้น”มีการดำเนินการที่สำคัญ ได้แก่ การฝึกยิงอาวุธปล่อยนำวิถี พื้น-สู่-พื้น แบบ C802 Aโดยผลการยิงที่ระยะ ๑๐๐ กม. ถูกเป้าหมายอย่างแม่นยำ นับเป็นกองทัพเรือแรกที่ยิงอาวุธปล่อยด้วยระยะยิงไกลที่สุดในภูมิภาครวมทั้งได้เป็นเจ้าภาพร่วมจัดการฝึกผสมทางทะเลขนาดใหญ่จำนวน ๒ ครั้ง ได้แก่ เป็นเจ้าภาพร่วมกับจีน ในการจัดการฝึกผสม Southeast Asia – China Maritime Exerciseและเป็นเจ้าภาพร่วมกับสหรัฐ ในการจัดการฝึกผสมASEAN – U.S. Maritime Exercise เป็นการแสดงถึงการมีบทบาทนำในภูมิภาคอย่างแท้จริง

                   ในปีนี้ นอกจากดำรงปรัชญาการฝึกดังกล่าวแล้ว กองทัพเรือได้ให้ความสำคัญกับจัดตั้งระบบสังคมนาวีปัญญาประดิษฐ์ (Navy Artificial Intelligence : Navy AI)และพัฒนาระบบสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสนับสนุนงานธุรการของกองทัพเรือให้มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับยุคสมัยของการรบและการทำงานที่ต้องอาศัยเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI)

                   นอกจากนี้ยังเน้นย้ำ สิ่งสำคัญในการสร้าง “สปิริต นักรบชาวเรือ” โดยให้กำลังพลคำนึงถึง “อุดมการณ์ชาติ” การปฏิบัติภารกิจของกองทัพเรือต้องไม่ล้มเหลวอันเนื่องมาจากไม่มี “จิตวิญญาณ”การเป็น “นักรบชาวเรือ” ของกำลังพลทั้งชายและหญิง ทั้งยามสงบและยามสงครามหรือสถานการณ์วิกฤติและ “กองทัพเรือ ต้องเป็นกองทัพทหารของประชาชน หายใจ เชื่อมใจ และมีชะตาชีวิตร่วมกันกับประชาชน สู้เพื่อรับใช้ประชาชน ที่ใดมีศัตรู ที่ใดมีภัยอันตราย ที่นั่นย่อมมีทหารของกองทัพเรือ

 

ด้านการบริหารจัดการ:“พัฒนาอย่างเสมอต้นเสมอปลาย พัฒนาที่ยั่งยืน และสร้างโอกาสการพัฒนาแก่                                         กองทัพเรือมากขึ้น”

                   ปีที่ผ่านมา กองทัพเรือได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี ๒๕๖๒ สาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (หมวด ๑ การนำองค์กรและความรับผิดชอบต่อสังคม)โดย ทร. ได้รับรางวัลเป็นอันดับที่หนึ่ง จากหน่วยงานราชการทั้งประเทศ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของกองทัพเรือ และสถานะของกองทัพเรือได้อย่างเป็นที่ประจักษ์ดังนั้นในปีนี้ จึงให้ความสำคัญกับการปรับอัตราและโครงสร้างหน่วยต่าง ๆ
ในกองทัพเรือ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและการบริหารจัดการของกองทัพเรือไปสู่องค์กรขีดสมรรถนะสูงอย่างต่อเนื่อง ให้สมกับการ “เป็นกองทัพเรือ ที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจตลอดไป

                   ท้ายที่สุด นโยบาย ผบ.ทร.ประจำปี งป.๖๓ จึงได้กำหนดหัวข้อเฉพาะนโยบายสำคัญ เพื่อนำ ทร. ไปสู่ “ขั้นรุกคืบหน้า สถาปนาความมั่นคง” (Moving Forward to Ensure Sustainability: MFES)โดยอยู่บนหลักคิดพื้นฐานที่ว่า “ที่มีอยู่ต้องรักษาให้อยู่ แล้วพัฒนาต่อไป” ซึ่ง ผบ.ทร.เชื่อมั่นว่า การไหลเวียนทั้งองค์บุคคล องค์วัตถุ องค์ยุทธวิธีกองทุน เทคโนโลยี และการบริหารจัดการ สามารถสร้างแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลัง และโอกาสการพัฒนาอันกว้างไกลให้กับการเติบโตของ ทร. ต่อไป ดั่ง “แม่น้ำสายใหญ่ไม่ปฏิเสธให้สายธารเล็ก ๆ ไหลเข้าร่วม จึงจะมีน้ำมากได้”และขอแต่ให้กำลังพลของกองทัพเรือทุกคนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ใช้ความพยายามร่วมกัน คอยอำนวยความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ร่วมกันหว่านเมล็ดพันธุ์ ร่วมกันรับความสำเร็จแห่งการพัฒนา เพื่อให้กำลังพล ทร. ความสุข มีเกียรติ และศักดิ์ศรีมากขึ้น รวมถึงประเทศชาติ
มีความดีงามมากขึ้น

 

                   จบภาคแรก “Stop the Past, Start the New.”

                  

                   ต่อภาคสอง “Moving Forward to Ensure Sustainability”